กระจกอบเทมเปอร์ กระจกนิรภัยเทมเปอร์

กระจกอบเทมเปอร์ หรือ กระจกนิรภัยเทมเปอร์  (architectural flat tempered safety glass) คือ การนำกระจกแผ่นธรรมดามาเผาที่อุณหภูมิ 650 ถึง 800 องศาเซลเซียส แล้วใช้ลมเป่าทั้งสองด้านเพื่อให้กระจกเย็นลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ผิวของกระจกจะอยู่ในสภาพแรงอัด ขณะที่ภายในของกระจกอยู่ในสภาวะแรงดึง ด้วยผิวที่อยู่ในสภาวะแรงอัด  เมื่อกระจกถูกกระแทกหรือทุบจนแตก แผ่นกระจกจะแตกละเอียดเป็นเม็ดเล็ก ๆ  ที่ไม่มีคม มีความแข็งกว่ากระจกธรรมดา 2 ถึง 5 เท่า มักนิยมใช้งานกับยานพาหนะ หรือส่วนของอาคารที่ง่ายต่อการถูกกระแทก

กระจกอบเทมเปอร์ สามารถเห็นในชีวิตประจำวันได้ง่ายนั้นคือ กระจกหน้ารถยนต์ กระจกหลังคากันสาด กระจกสกายไลท์

กระจกนิรภัยหลายชั้น (architectural flat laminaty safeted glass) เป็นกระจกที่เพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้มากขึ้น

ขั้นตอนการผลิตกระจกอบเทมเปอร์ดังนี้ 

ขั้นที่ 1 การเตรียมกระจก โดยการคัดเลือกกระจกที่มีคุณภาพดี ไม่มีตำหนิ มีความหนา ความกว้าง และความยาว แล้วตัดให้ได้ขนาดตามที่ต้องการ

ขั้นที่ 2  ทำความสะอาดกระจกซึ่งต้องใช้น้ำสะอาดล้างขัดและเป่ากระจกให้แห้ง ตั้งพักไว้ในที่เหมาะสม

ขั้นที่ 3  การเข้าประกอบวัสดุคั่นกลางกระจก โดยการนำฟิล์มโพลีไวนีลบิวไทราล (polyvinyl butyral) ที่มีคุณสมบัติเหนียวและแข็งแรงทนทานมาปิดทับหน้ากระจก ที่ผ่านการทำความสะอาดแล้ว และนำกระจกอีกแผ่นมาประกบลงบนกระจกแผ่นแรก ดึงฟิล์มให้ดึง โดยประกอบกระจกให้ขอบเสมอกันทุกด้าน แล้วตัดฟิล์มส่วนเกินทิ้งไป

ขั้นที่ 4  การอัดประกบ กระจกที่ประกอบกับวัสดุคั่นกลางแล้ว จะถูกอัดประกบโดยใช้ความร้อนที่มีอุณหภูมิ 120 ถึง 130 องศาเซลเซียส แล้วใช้ลูกกลิ้งรีดกระจกทั้งสองแผ่นให้ติดสนิทกัน

ขั้นที่ 5 การอบ กระจกที่อัดประกอบแล้วจะเป็นกระจกกึ่งสำเร็จรูป คือเนื้อฟิล์มจะใสขึ้นแต่ยังไม่ใสมากนัก จึงต้องนำเข้าเตาอบใหญ่อีกครั้งหนึ่ง เตาอบใหญ่เป็นเตาอบซึ่งอบกระจกโดยควบคุมความร้อนและความดันจนได้

ขั้นที่ 6  กระจกนิรภัยหลายชั้นมีคุณสมบัติป้องกันขโมยอย่างได้ผลอย่างดี เพราะยากแก่การเจาะผ่าน และเมื่อเกิดการกระแทกหรือชนอย่างรุนแรง ชิ้นส่วนที่แตกจะไม่หลุดออกจากกัน ยังคงสภาพเดิม เพียงแต่มีรอยร้าวเกิดขึ้น ซึ่งสร้างความปลอดภัยแก่ผู้ใช้อย่างมาก

กระจกชนิดอื่น ๆ ซึ่งเป็นชนิดเดียวกับกระจกอบเทมเปอร์ ได้แก่

กระจกฉนวน (sealed insulating glass) เป็นกระจก 2 แผ่นวางคู่ขนานกัน มีระยะห่างพอสมควร ขอบกระจกทุกด้านมีสารจำพวกการบรรจุอยู่เพื่อให้กระจกคงรูป และป้องกันอาหาศชื้นจากภายนอกที่จะเข้ามาในช่องว่างระหว่างแผ่นกระจก มีประสิทธิภาพมากกว่ากระจกธรรมดา 2 เท่า มีคุณสมบัติสามารถลดปริมาณความร้อนที่ส่งผ่านกระจก ลดระดับเสียงที่ผ่านผนังอาคารลง

กระจกกันฉนวนกระจกเสริมลวด (wired glass) เป็นกระจกที่มีเส้นลวดแผงตาข่ายลวดฝังภายในกระจก จัดเป็นกระจกนิรภัยชนิดหนึ่ง เมื่อแตก เส้นลวดจะช่วยยึดเศษกระจกไม่ให้หลุดลงมา ซึ่งสร้างความปลอดภัยได้เป็นอย่างมาก โดยกระจกชนิดนี้มี 2 ชนิดคือ กระจกชนิดขุ่น (โปร่งแสง) และชนิดใส (โปร่งใส)

กระจกเสริมลวดกระจกกันกระสุน เป็นกระจกที่ผลิตโดยการนำกระจกนิรภัยชนิดพิเศษมาติดกับกระจกนิรภัยหลายชั้น โดยมีแผ่นพิมพ์-พลาสติกขั้นกลาง (ได้แก่ โพลีคาร์บอเนต โพลีไวนีลบิวไทราล) กระจกชนิดนี้จะมีราคาสูงมาก เพราะผลิตมาใช้งานแบบพิเศษจริง ๆ เท่านั้น

กระจกกันกระสุน

กระจกอบเท็มเปอร์ หรือ กระจกนิรภัยเทมเปอร์ ปัจจุบันนิยมนำมาใช้กันอย่างแพ่หลาย เช่นนำมาติดตั้งประตูกระจก หรือหน้าต่างกระจก เพื่อความมั่นใจและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น แต่กระจกอบเท็มเปอร์ จะมีราคาแพงกว่ากระจกธรรมดาเพราะขั้นตอนการทำมีความละเอียดและซับซ้อนมากกว่า

กระจกอลูมิเนียม

กระจกอลูมิเนียม

กระจกอลูมิเนียม คือคำเรียก ประตูอลูมิเนียม หน้าต่างอลูมิเนียม รวมถึงกำแพงกระจกอีกด้วย กระจกอลูมิเนียม คือ สิ่งที่นิยมมาตกแต่งบ้านมาช้านาน ซึ่งได้แก่ อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า และสิ่งปลูกสร้างนานาชนิด  งานกระจกอลูมิเนียมที่พบเห็นกันโดยทั่วไปคือ   ประตูกระจกอลูมิเนียม หน้าต่างกระจกอลูมิเนียม กั้นห้องด้วยกระจก หรือใช้เป็นผนังกระจก

อลูมิเนียมเส้น

ข้อดีและข้อเสียของการติดตั้งกระจกอลูมิเนียม คือ

  1. ทำให้พื้นที่บริเวณดังกล่าวแลดูกว้างขวาง ไม่หนักทึบ โปร่งโล่ง สามารถสัมผัสบรรยากาศภายนอกได้อย่างชัดเจน  การออกแบบบ้าน ออกแบบภายในบ้าน ในสมัยใหม่นี้จะนำข้อดีของ ประตูกระจกอลูมิเนียม ประตูหน้าต่าง มาใช้อยู่บ่อยครั้ง  
  2. ความแข็งแรงทนทาน การใช้งานของกระจกอลูมิเนียม จะอยู่ได้นานหลายสิบปี ซึ่งต่าตงกับการใช้ไม้ เพราะไม้ยังทำให้ผุได้
  3. ข้อเสีย คือ อาจทำให้อากาศภายในอาคารร้อนขึ้นกว่าเดิม เมื่อแสงพระอาทิตย์ส่องเข้ามาแต่ก็มีหลายวีธี ที่จะป้องกันและลดความร้อนลงได้ 

กระจก คือวัสดุที่ใช้ตกแต่งบ้านที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้ กระจก สามารถช่วยทำให้การตกแต่งบ้านให้สวยงามได้ ดังนั้น กระจก จึงเป็นสิ่งที่ถูกนำมาใช้งานในการก่อสร้าง และสถาปัตยกรรมกันอย่างแพร่หลาย กระจก

ชนิดของกระจก หรือ ประเภทกระจก นั้นมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป ราคากลางกระจกไม่แพงมากนัก รวมไปถึงการติดตั้งกระจกที่ไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน แต่เพื่อความมั่นใจ และไม่ทำให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง ควรเลือกซื้อกระจกกับทำการติดตั้งคู่กัน นั้นหมายถึง เราควรจะซื้อ กระจก จากบริษัทที่รับติดตั้ง กระจก ให้ด้วย และควรเลือกบริษัทที่มีความเป็นมืออาชีพชำนาญงานด้านการติดตั้งกระจก เพื่อมาเป็นของตกแต่งบ้านแล้ว ก็ควรจะศึกษาวิธีการดูแลรักษา กระจก ควบคู่ไปด้วย เพื่อที่ กระจก จะได้มีอายุการใช้งานที่นานขึ้น

กระจก มีหลากหลายชนิด ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ชนิด คือ

  1. กระจกใสคือ กระจกที่สามารถมองทะลุผ่านกระจกไปได้อย่างชัดเจน ซึ่งได้แก่กระจกใสธรรมดา กระจกเขียวตัดแสง
  2. กระจกโปร่งแสงคือ กระจกที่แสงจากดวงอาทิตย์สามารถส่องผ่านได้ แต่ไม่สามารถมองเห็นทะลุไปยังอีกฝั่งได้อย่างเช่น กระจกใส นอกจากวัตถุนั้นเข้ามาใกล้ กระจกโปร่งแสง จนชิดมากๆ
  3. กระจกทึบแสงคือ กระจกที่แสงจากดวงอาทิตย์ไม่สามารถทะลุผ่านได้ และเราก็ไม่สามารถมองผ่านทะลุผ่านกระจกได้เลย เช่น กระจกสีชาดำ กระจกฝ้า เป็นต้น
  4. กระจกเงา คือ กระจกทึบแสง ที่ฉาบสารเคลือบที่ กระจก ทำให้เป็นเงาสามารถฉายภาพสะท้อนออกมาจากกระจกได้ กระจกเงา เป็น แต่ภาพที่สะท้อนออกมาจะกลับด้าน ชนิดของกระจก ที่ใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไปทุกวัน เพราะเป็น ชนิดของกระจก ที่นิยมติดตั้งกันในห้องน้ำ เพื่อส่องหน้า

กระจกอลูมิเนียม เป็นวัสดุที่ใช้คู่กันมาช้านาน การติดตั้งกระจกอลูมิเนียม ต้องอาศัยช่างที่มีความชำนาญงานเป็นอย่างมาก ทั้งความปราณีต ความชำนาญงาน และความสามารถในการออกแบบที่ออกมาดีสวยงาม การเลือกช่างที่ติดตั้งงานจึงสำคัญมาก  แนะนำช่างกระจกอลูมิเนียม ฝีมือปราณีต ผลงานคุณภาพ